ผลผลิตจากฟาร์ม

 

มะนาวผล


มะนาวถือว่าเป็นไม้ผลตระกูลส้มชนิดหนึ่ง เป็นพืชพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และเชียงใหม่ คนในภูมิภาคนี้มักรู้จักกันและใช้ประโยชน์จากมะนาวมาช้านาน มะนาวจัดว่าเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่ตลาดมีความต้องการสูงตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ –เมษายน ของปี มะนาวราคาค่อนข้างสูงกว่าปกติ เนื่องจากในฤดูแล้งจะมีผลผลิตมะนาวออกสู่ตลาดในปริมาณน้อย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของมะนาว

มะนาวมีลักษณะเป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร กิ่งอ่อนมีหนามแหลม เปลือกต้นเรียบ สีน้ำตาลปนเทา มีใบย่อยใบเดียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่หรือรูปรียาว กว้าง 3-5 ซม. และยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน มีปีกแคบ ๆ ขอบใบหยัก แผ่นใบมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ตามผิวใบ ออกดอกเป็นช่อสั้น 5-7 ดอก หรือออกดอกเดี่ยวตามซอกใบ ดอกมีสีขาว กลีบดอกมี 4-5 กลีบ หลุดร่วงง่าย ผลมีรูปทรงกลม ผิวเรียบเกลี้ยง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม พอแก่เป็นสีเหลือง มีรสเปรี้ยว เมล็ดกลมรี สีขาว มี 10-15 เมล็ด


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

น้ำมะนาวสด


น้ำมะนาว คือน้ำที่คั้นมาจากมะนาว เป็นน้ำที่คนนิยมนำมาปรุงใส่อาหารเพื่อรับประทาน ปกติน้ำที่คั้นจากมะนาวนั้นผู้คนจะไม่นิยมนำมาบริโภคทันทีเพราะมีรสชาติที่เปรี้ยวจัด ซึ่งต้องผ่านการใส่อาหารก่อนถึงจะนำไปบริโภคได้ มีลักษณะคล้ายน้ำเลมอนที่คั้นจากผลเลมอน


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

กล้ามะนาว


การปลูกต้นกล้ามะนาว ขุดหลุมให้มีขนาดเท่ากับตุ้มดินต้นพันธุ์มะนาวให้กลางวงบ่อ ใช้ต้นกล้ามะนาวพันธุ์แป้น ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่เป็นโรค และต้นกล้ามีอายุในการชำในถุงดำไม่เกิน 1 เดือน ให้แกะถุงดำที่ต้นกล้ามะนาวออกพยายามอย่าให้ดินแตกปลูกแล้วกดดินบริเวณรอบของต้นกล้าให้แน่น แกะพลาสติกพันต้นตอออก ปักไม้ไผ่และใช้เชือกมัดกับลำต้นของมะนาวเพื่อให้ต้นมะนาวลำต้นตรงสวยงาม

กิ่งตอนมะนาว มะนาวหลากหลายสายพันธุ์ที่จำหน่ายกันในปัจจุบันนี้ มีวิธีการเลือกเพื่อให้ได้ของดีและถูกต้องตามลักษณะจึงจะนำมาปลูกแล้วเจริญเติบโตดีรวดเร็ว ซึ่งหลายคนประสบปัญหาคือเมื่อซื้อมาแล้วปลูกนานเท่าไหร่ก็ไม่ยอมโต แต่ก็ไม่ตายเช่นกัน แบบนี้ส่วนมากจะซื้อมาจากร้านขายพันธุ์ไม้ที่วางขายกันทั่วไป หรือหากโตก็อาจจะเจอสายพันธุ์ที่ไม่แท้ การที่ต้นมะนาวไม่ยอมโตนั้นเหตุเพราะมีการชำลงถุงดำไว้นานเกินไปทำให้ระบบรากแข็งและไม่ยอมขยายรากใหม่หรือที่เรียกกันว่าไม่กินปุ๋ยนั่นเอง โดยปกติผู้ซื้อทั่วไปต้องมองว่ากิ่งจะต้องยาวและใหญ่เป็นหลัก แต่จริงๆแล้วยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ต้องนำมาร่วมพิจารณาอีก สำหรับการปลูกมะนาวจำนวนมากนั้นมีวิธีการเลือกกิ่งพันธุ์แบบกิ่งตอน โดยการมองด้วยสายตาง่ายๆดังนี้ ลักษณะกิ่งตอนที่ดี - มีลักษณะเป็นกิ่งกระโดง คือเป็นกิ่งที่ไม่มีกิ่งแขนงออกมาด้านข้าง หรือถ้ามีให้ตัดออกเสีย - สีของกิ่งเป็นสีเขียวเข้ม อวบ หรือเป็นลายงานออกเขียวอมเหลือง ซึ่งบ่งบอกถึงสุขภาพและอายุของ ต้นแม่พันธุ์ว่าพอเหมาะ - ความยาวกิ่งควรจะอยู่ในระดับความยาว 30-60 เซนติเมตร โดยประมาณ - ลักษณะของใบต้องเป็นมันตึง มองดูแล้วไม่แห้งเหมือนขาดน้ำ - ถ้าหากมีหนาม หนามจะต้องอวบและแหลมคม ปลายสุดจะเป็นสีเหลืองเข้ม ลักษณะกิ่งตอนที่ไม่ดี - กิ่งมีลายงาสีดำ หรือแก่เกินไปกิ่งแบบนี้บ่งบอกถึงอายุของต้นแม่ที่มีอายุมากกว่า 4 ปี ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะเอามาทำการขยายพันธุ์ - กิ่งมีลักษณะไม่อวบอิ่ม ดูแห้งเหมือนขาดน้ำผอม - กิ่งมีลักษณะที่เป็นกิ่งสาขาออกมามากกว่า 3 กิ่งที่มีขนาดใกล้เคียงกัน


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

กล้วยหอมทองพันธุ์ปทุม


กล้วยหอมทองปทุม เป็นพันธ์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด และเป็นที่ต้องการมากที่สุด ทั้งจาก เกษตรกรมืออาชีพ ที่ปลูกเน้นผลผลิตปริมาณมาก และเกษตรกรหน้าใหม่ที่ ปลูกเพื่อใช้สอยในครัวเรื่อน หรือรูปแบบของเกษตรพอเพียง กล้วยหอมทอง เป็นกล้วยที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ หน่อพันธ์เป็นพันธ์แท้ จากอ.หนองเสือ ปทุมธานี แหล่งผลิตคุณภาพสูงที่สุดในตอนนี้ ลักษณะ ผลใหญ่ ทรงสวย สุกแล้วเหลืองสวยสม่ำเสมอ รสชาติดี เป็นที่ต้องการของตลาด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ราก รากกล้วยหอมทอง เป็นแบบ adventitious root ที่แตกออกจากหน่อ ซึ่งหน่อจะแตกออกจากเหง้า รากมีความยาวได้มากถึง 5 เมตร แทงลึกลงดินได้ตั้งแต่ 5-7.5 เมตร ลำต้น กล้วยหอมทองมีลำต้นจริงเป็นหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน มีลำต้นเทียมที่อยู่เหนือดินสูงประมาณ 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียว และจะมีแถบประสีดำ ด้านในมีสีเขียวอ่อน และมีเส้นลายสีชมพู ใบ ใบกล้วยหอมทองเป็นใบเดี่ยว เป็นแบบขนาน มีก้านใบที่มีร่องค่อนข้างกว้าง และมีปีก เส้นกลางใบมีสีเขียว ใบยาวได้ถึง 3 เมตร ดอก/ปลี ดอก หรือ ปลี จะแทงออกจากหยวกตรงกลางปลายยอด เมื่อแทงออกช่วงแรกจะตั้งตรง และค่อยๆโค้งงอลงด้านล่าง ก้านเครือมีขนอ่อนๆปกคลุม ปลีมีรูปไข่ ค่อนข้างแหลมยาว และมีปลายแหลม มีกาบหุ้มด้านนอกสีแดงอมม่วง ด้านในสีแดงซีด ปลีกล้วยหอมทองมีความยาว 1-1.5 เมตร ผล กล้วยหอมทองเครือหนึ่งมีประมาณ 6 –10 หวี แต่ละหวีมี 10 – 16 ผล หรือมากกว่าหากดินมีความสมบูรณ์ ผลกว้าง 3 – 4 เซนติเมตร และยาว 21 – 25 เซนติเมตร ปลายผลมีจุก เปลือกบางแต่หนากว่ากล้วยไข่ ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองทอง แต่จุกที่ปลายผลยังเป็นสีเขียว แล้วจะค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองเมื่อสุกมาก เนื้อสีเหลืองเข้ม มีรสหวาน และมีกลิ่นหอม


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

ตะไคร้หยวก


ตะไคร้ ชื่อท้องถิ่น: จะไคร (ภาคเหนือ), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรย, เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์), ห่อวอตะโป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ) จัดเป็นพืชล้มลุก ความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนาม ลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ดอกออกเป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยจำนวนมาก ตะไคร้เป็นพืชที่สามารถนำส่วนต้นหัวไปประกอบอาหาร และจัดเป็นพืชสมุนไพรด้วย ประโยชน์ของตะไคร้ ใช้ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น ต้มยำ และอาหารไทยหลายชนิด ให้กลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่มแก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามาก ๆ ช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นยาช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง น้ำมันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอื่น ๆ จะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจากมีกลิ่นที่แรงจึงช่วยทำให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดีมาก ๆ สรรพคุณ : ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ หัว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงไฟธาตุ แก้อาการขัดเบา ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต แก้กษัยเส้น และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะช่วยลดความดันโลหิตสูง ราก ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ แต่ถ้าเอาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใช้ดับกลิ่นคาวด้วย


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

กบเนื้อ


กบขุนหรือกบเนื้อ บ่อซีเมนต์ที่ใช้เลี้ยงส่วนใหญ่มักจะเป็น บ่อซีเมนต์ขนาด 3 X 4 เมตร สูง 1.2 เมตร ซึ่งเป็นบ่อที่มีความสะดวกในการจัดการ ปล่อยลูกกบที่มีอยู่อายุ 1 เดือน ในอัตรา 120–180 ตัว / ตารางเมตร โดยจะ จับกบได้ 200-300 กิโลกรัม/บ่อ การให้อาหารกบ ลูกอ๊อดที่มีอายุ 3-6 วัน ให้อาหาร ด้วยไข่ตุ๋นหรืออาหารสัตว์วัยอ่อนโปรตีน 4096 ชนิดผง หรือ เมล็ดผสมน้ำปั้นเป็นก้อนวางกระจายให้ทั่วตามบริเวณที่เลี้ยง ลูกอ๊อดที่มีอายุ 6-20 วัน ให้อาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน 4096 ชนิดเม็ดลอยน้ำให้กินวันละ 3-4 ครั้ง (ประมาณ 6% ของน้ำหนักตัว/วัน) กบที่มีอายุ 20 – 40 วันให้อาหารชนิด ลอยน้ำโปรตีน 3796 ซึ่งเป็นอาหารกบเล็กวัน ละ 3 ครั้ง (ประมาณ 5% ของน้ำหนักตัว) กบที่มีอายุ 40-70 วันให้อาหารชนิด เม็ดลอยน้ำโปรตีน35% ซึ่งเป็นอาหารกบรุ่น ให้กินวันละ 2 ครั้ง (ประมาณ 3-4% ของน้ำ หนักตัว) กบที่มีอายุ 70 วันจับขาย ให้อาหาร ชนิดเม็ดลอยน้ำ โปรตีน 30% ซึ่งเป็นกบ ขนาดใหญ่ให้กินวันละ 2 ครั้ง (ประมาณ 2-3% ของน้ำหนักตัว) การจัดการระหว่างการเลี้ยง การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ควรทำความสะอาด ล้างขัดบ่อโดยทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ วันละ 1-2 ครั้ง ทำการคัดขนาดของลูกกบให้ได้ขนาด ความโตให้มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยการแยกตัวที่มี ขนาดเล็กออกจากตัวที่โตกว่าและนำไปเลี้ยงคนละบ่อ โดยทำการคัดขนาดอย่างสม่ำเสมอควรมีการจดบันทึกข้อมูลในการเลี้ยง ระหว่างที่มีการเลี้ยงกบ การจดราย ละเอียดในส่วนต่างๆ ก็มีบทบาท และ ประโยชน์ต่อการเลี้ยงได้เช่นกัน เช่น วันที่ เพาะฟัก ปริมาณและจำนวนกบ/ บ่อ ปริมาณ กบที่ตาย ปริมาณของอาหารที่ให้แต่ละวันปริมาณอาหารที่ให้จำนวนทังหมด ปริมาณกบที่จับได้ทังหมด ขนาดกบที่จับ วันที่จับกบ ฯลฯ ตลาดกบในปัจจุบัน เกษตรกรหรือผู้เลี้ยงกบส่วนใหญ่ในประเทศไทย ล้วนต่างมีความสำเร็จใน อาชีพตัวเองพอสมควร จะมีบางรายที่ไม่ค่อย จะประสบกับความสำเร็จก็มีบ้าง แต่น้อย เหตุผลเนื่องจากขาดความรู้และ ประสบการณ์ ส่วนผู้ที่มีความสำเร็จในอาชีพ ของตนนั้นส่วนมากจะได้รับการเรียนรู้ เคยผ่านประสบการณ์จากอาชีพการเลี้ยงกบ มาแล้วทั้งนั้น บวกกับเป็นคนที่มีความอดทน และขยัน มีความตั้งใจต่ออาชีพตัวเอง แหล่งตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ เกษตรกรไทยส่งออกก็คือประเทศฮ่องกง ขนาดกบที่ส่งออกก็จะมีน้ำหนักอย่างน้อย 6-7 ตัว/กิโลกรัม และบางส่วนที่เหลือก็จะจำหน่ายในประเทศ และบริโภคภายในครอบครัว


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

ลูกกบ


การอนุบาลลูกกบจะแบ่งเป็น 2 ระยะคือ 1. การอนุบาลลูกกบระยะแรก (ลูกอ๊อด) หลังจากไข่กบฟักออกมาเป็นตัวแล้วลูกกบจะมีลักษณะเหมือนลูกปลาให้รีบช้อน ลูกกบมาลงเลี้ยงในบ่ออนุบาลระยะแรกก่อนที่ถุงไข่แดงที่ติดมากับตัวลูกกบจะยุบหมด ส่าหรับจำนวนลูกกบที่จะปล่อยนั้นประมาณ 2,000 ตัวต่อตารางเมตร การให้อาหาร ได้แก่ไรแดงและอาหารปลาอย่างผงหรือไข่ตุ๋น ควรเตรียมไว้ ก่อนในบ่อ พอถุงไข่แดงยุบลูกกบก็สามารถกินอาหารได้เลย การถ่ายเทน้ำ ควรกระทำทุกวัน วันละ 50-70 เปอร์เช็นต์ของจำนวนน้ำในบ่อทั้งหมด ควรให้อากาศกับน้ำด้วยเพื่อให้น้ำมีสภาพสะอาดจะทำให้ลูกกบกินอาหารได้มาก และเจริญเติบโตเร็ว การเจริญเติบโตของลูกกบ หลังจากฟักออกจากไข่ประมาณ 1-2 อาทิตย์ จะมีขาหลัง 2 ขาโผล่ออกมาจากส่วนท้ายของลำตัวบริเวณโคนขา เมื่อขาหลังเจริญเต็มที่ก็จะมี ขาหน้าโผล่ออกมาอีกทั้ง 2 ข้างของช่องเหงือกทางด้านหน้าของลำตัว หางจะเริ่มหดสั้นลง ปากจะเริ่มสมบูรณ์ขึ้น สามารถขึ้นกินอาหารได้เช่นเดียวกับกบตัวโต ซึ่งระยะเวลาในการเจริญ เติบโตนี้จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 25-35 วัน จากลูกอ๊อดมาเป็นกบเล็ก


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม

 

ไม้ไผ่ตง


ไผ่ เป็นไม้พุ่มหลายชนิดและหลายสกุลใน วงศ์หญ้า วงศ์ย่อย Bambusoideae เป็นไม้ไม่ผลัดใบใน ขึ้นเป็นกอ ลำต้นเป็นปล้องๆ เช่น ไผ่จีน (Arundinaria suberecta Munro) ไผ่ป่า (Bambusa arundinacea Willd.) ไผ่สีสุก (B. flexuosa Munro และ B. blumeana Schult.) ไผ่ไร่ (Gigantochloa albociliata Munro) ไผ่ดำ (Phyllostachys nigra Munro) ผลผลิตจากไผ่ที่สำคัญคือ หน่อไม้ ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของคนไทย นิยมทานกันมากในเกือบทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน นอกจากนี้ไม้ไผ่ยังมีคุณสมบัติพิเศษทั้งด้านความแข็งแรงและยืดหยุ่นที่เหนือกว่าวัสดุสังเคราะห์หลายชนิด ดังนั้นจึงยังได้รับความนิยมในการทำเครื่องมือเครื่องใช้หลายประเภท ใช้ชะลอน้ำที่เข้าป่าชายเลน นั่งร้านก่อสร้างและบันได เป็นต้น ลักษณะของไผ่ ลำไผ่ (culms) อาจมีความสูงเพียงไม่กี่เซนติเมตรไปจนถึง 40 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรจนถึง 30 เซนติเมตร แต่ละลำไผ่มีข้อและปล้อง ที่ข้อมีใบหนึ่งใบแต่อาจมีหนึ่งหรือหลายกิ่งแขนง ในหนึ่งต้นอาจมีไผ่ถึงพันลำ ไผ่ไม่ได้มีลักษณะแบบเนื้อไม้ ไผ่เป็นพืชใบเลี้ยงเดียว (monocotyledons) เช่นเดียวกับพวกปาล์ม แต่ทั่วไปเรียกว่า ไม้ไผ่ ไผ่หนึ่งต้นจะโตสูงสุดภายในระยะเวลาหนึ่งปี แต่จะอยู่ได้หลายปี และเพิ่มจำนวนลำเรื่อยๆ ออกไปด้านข้างของกอไผ่ ไผ่บางชนิดออกดอกเมื่อมีอายุ 10-100 ปี หรือมากกว่านี้ หลังจากนั้นจะแห้งตายหลังจากดอกพัฒนาเป็นเมล็ดแล้ว (monocarpic) ยิ่งไปกว่านั้นไผ่ชนิดเดียวกันจะออกดอกพร้อมกันในอาณาบริเวณเดียวกัน ซึ่งไม่มีใครสามารถพยากรณ์ได้ว่าเมื่อไหร่จะเกิดเมล็ดมาทำลายไผ่ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหนึ่งสำหรับสัตว์และมนุษย์


สั่งสินค้า ติดต่อ สอบถาม